สินเชื่อก่อสร้าง คืออะไร? ทางเลือกเงินทุนสำหรับผู้รับเหมา บริษัทรับเหมา และธุรกิจก่อสร้างที่ต้องการเสริมสภาพคล่อง
- 10 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที

ธุรกิจก่อสร้างเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินหน้ามากกว่าหลายอุตสาหกรรม เจ้าของบริษัทรับเหมาอาจมีงานเข้าต่อเนื่อง มีสัญญาว่าจ้างชัดเจน มีทีมงานพร้อม และมีประสบการณ์จริง แต่กลับติดปัญหาสำคัญคือ “เงินหมุนไม่ทันรอบงาน” เพราะต้องจ่ายค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าเช่าเครื่องจักร ค่าขนส่ง ค่าประกันผลงาน หรือค่าใช้จ่ายหน้างานก่อนที่จะได้รับเงินงวดจากผู้ว่าจ้าง
ด้วยเหตุนี้ สินเชื่อก่อสร้าง จึงเป็นเครื่องมือทางการเงินที่เจ้าของธุรกิจรับเหมาควรรู้จัก ไม่ใช่เพียงการกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางแผนเงินทุนให้สัมพันธ์กับรอบงานจริง ตั้งแต่เริ่มรับงาน เตรียมวัสดุ ลงทีมงาน ดำเนินงานตามงวด ส่งมอบงาน และรอรับชำระเงิน หากบริหารอย่างถูกต้อง เงินทุนที่เหมาะสมสามารถช่วยให้บริษัทรับเหมารับงานได้มากขึ้น คุมต้นทุนได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องระหว่างโครงการ
บทความนี้จัดทำโดย Getcash-Consultant เพื่ออธิบายความหมาย ประโยชน์ วิธีเตรียมตัว เอกสารที่ควรมี และข้อควรระวังสำหรับเจ้าของธุรกิจก่อสร้างที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุน โดยเนื้อหาเน้นความเข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และเหมาะกับบริษัทจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วน และธุรกิจที่มีรายได้จากงานรับเหมา งานโครงการ หรืองานระบบ
สินเชื่อก่อสร้าง คืออะไร
สินเชื่อก่อสร้าง หมายถึง วงเงินหรือเงินทุนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการในธุรกิจรับเหมาและงานก่อสร้างใช้บริหารค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น ซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรง จัดหาเครื่องมือ เช่าเครื่องจักร วางเงินประกันสัญญา หรือรองรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอเบิกเงินงวดจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้ขอสินเชื่อมักเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมาช่วง ธุรกิจงานระบบไฟฟ้า ประปา ปรับอากาศ โครงสร้าง ตกแต่งภายใน งานถนน งานโรงงาน หรือธุรกิจที่รับงานจากภาครัฐและเอกชน
จุดสำคัญของ สินเชื่อก่อสร้าง คือการพิจารณาจากภาพรวมของธุรกิจและโครงการ ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดขายอย่างเดียว ผู้ให้คำปรึกษาทางการเงินมักพิจารณาหลายด้านร่วมกัน เช่น ประวัติบริษัท รายการเดินบัญชี สัญญาว่าจ้าง ใบสั่งซื้อ ใบเสนอราคา งบการเงิน ภาระหนี้เดิม และความสามารถในการรับชำระเงินจากลูกค้า ดังนั้นเจ้าของธุรกิจควรเตรียมเอกสารให้ครบและอธิบายรอบเงินของโครงการได้ชัดเจน
ทำไมธุรกิจก่อสร้างมักต้องใช้เงินทุนก่อนรับเงิน
ธุรกิจรับเหมาแตกต่างจากธุรกิจค้าขายทั่วไป เพราะรายได้มักไม่ได้เข้าทันทีหลังเริ่มงาน แต่ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่รับโครงการ ตัวอย่างเช่น ผู้รับเหมาที่ได้รับงานก่อสร้างโรงงานหนึ่งแห่ง อาจต้องซื้อเหล็ก ปูน อิฐ อุปกรณ์ไฟฟ้า จ้างแรงงาน จ่ายค่าขนส่ง และจัดการงานเอกสารก่อนเบิกงวดแรกได้ หากผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตามความคืบหน้า บริษัทต้องมีเงินสำรองพอระหว่างรอบเบิก
ปัญหาที่พบบ่อยคือ งานดีแต่เงินจม เจ้าของธุรกิจมีลูกค้า มีงาน มีทีมงาน แต่ไม่สามารถรับงานใหม่ได้ เพราะเงินทุนเดิมถูกใช้ไปกับโครงการที่ยังไม่ถึงรอบชำระ หากไม่มีแผน ทุนหมุนเวียนธุรกิจ ที่ดี อาจเกิดผลกระทบต่อทั้งการจ่ายค่าแรง ความน่าเชื่อถือกับซัพพลายเออร์ และความสามารถในการส่งมอบงานตามกำหนด

ใครเหมาะกับการขอวงเงินประเภทนี้
กลุ่มที่เหมาะกับการพิจารณา สินเชื่อก่อสร้าง ได้แก่ บริษัทรับเหมาที่มีสัญญางานชัดเจน บริษัทงานระบบที่ต้องซื้ออุปกรณ์ก่อนติดตั้ง ผู้รับเหมาช่วงที่รอรับเงินจากผู้รับเหมาหลัก ธุรกิจตกแต่งภายในที่ต้องสั่งวัสดุจำนวนมาก บริษัทที่รับงานโครงการจากโรงงาน อาคารพาณิชย์ คลังสินค้า หมู่บ้านจัดสรร หรือโครงการภาครัฐ รวมถึงธุรกิจที่มีงานเข้าต่อเนื่องแต่เงินสดในบัญชีไม่เพียงพอต่อการหมุนงานหลายโครงการพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม วงเงินประเภทนี้ไม่ควรถูกใช้แบบไม่มีแผน เจ้าของกิจการควรรู้ต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละงาน แยกค่าใช้จ่ายตามโครงการ และประเมินว่ารายรับจะเข้าวันไหน จำนวนเท่าไร เพื่อให้การใช้เงินทุนสร้างผลลัพธ์ ไม่ใช่เพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น
ปัญหาการเงินที่ผู้รับเหมาพบบ่อย
ปัญหาแรกคือการประเมินต้นทุนต่ำเกินไป หลายบริษัทเสนอราคาโดยดูเฉพาะค่าวัสดุและค่าแรงหลัก แต่ลืมค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าแก้งาน ค่าเสียเวลา ค่าประกันผลงาน และค่าดำเนินการเอกสาร เมื่อเริ่มงานจริงจึงพบว่ากำไรบางลงกว่าที่คาด
ปัญหาที่สองคือรอบรับเงินไม่สัมพันธ์กับรอบจ่ายเงิน บริษัทอาจต้องจ่ายค่าแรงทุกสัปดาห์ แต่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินทุก 30-60 วัน หรือจ่ายหลังตรวจรับงาน ทำให้ต้องมีเงินสดสำรองเพียงพอ
ปัญหาที่สามคือเอกสารการเงินไม่เป็นระบบ ธุรกิจจำนวนมากมีรายได้จริง แต่ไม่สามารถอธิบายที่มาของรายรับ รายจ่าย หรือกำไรต่อโครงการได้ชัดเจน เมื่อขอเงินทุนจึงถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าความเป็นจริง การจัดเอกสารให้ดีจึงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มาก
ประโยชน์ของ สินเชื่อก่อสร้าง ต่อธุรกิจรับเหมา
ประโยชน์สำคัญคือช่วยให้ธุรกิจมีเงินสำรองสำหรับเริ่มโครงการ ไม่ต้องรอให้ลูกค้าจ่ายเงินก่อนจึงค่อยซื้อวัสดุหรือจ้างทีมงาน หากวางแผนถูกต้อง บริษัทสามารถรับงานได้ต่อเนื่อง ไม่พลาดโอกาสเพราะขาดเงินเริ่มต้น
ประโยชน์ถัดมาคือช่วยรักษาความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ การจ่ายค่าวัสดุตรงเวลาอาจช่วยให้บริษัทมีเครดิตทางการค้า ได้ราคาดีขึ้น หรือมีโอกาสเจรจาเงื่อนไขที่เหมาะสมกว่าเดิม
อีกประโยชน์หนึ่งคือช่วยลดความตึงเครียดของกระแสเงินสด เจ้าของกิจการไม่ต้องนำเงินส่วนตัวมาปะปนกับเงินบริษัทมากเกินไป และสามารถแยกการเงินของโครงการได้ชัดเจนขึ้น เมื่อธุรกิจมีข้อมูลที่เป็นระบบ การตัดสินใจรับงานใหม่ก็แม่นยำขึ้น

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรพิจารณาเงินทุน
ตัวอย่างที่หนึ่ง บริษัทรับเหมาก่อสร้างได้รับงานต่อเติมอาคารสำนักงาน มูลค่างาน 3 ล้านบาท แต่ต้องซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรงล่วงหน้าประมาณ 900,000 บาท ก่อนเบิกงวดแรก หากบริษัทมีเงินสดเหลือเพียง 300,000 บาท อาจต้องใช้วงเงินเสริมเพื่อไม่ให้โครงการหยุดชะงัก
ตัวอย่างที่สอง ผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้าได้รับงานติดตั้งในโรงงาน ต้องสั่งสายไฟ ตู้ควบคุม และอุปกรณ์เฉพาะทางจำนวนมาก ซัพพลายเออร์ต้องการเงินมัดจำ แต่ผู้ว่าจ้างจะจ่ายหลังตรวจรับงวดงาน การมี ทุนหมุนเวียนธุรกิจ ที่เหมาะสมช่วยให้เริ่มงานได้เร็วและลดความเสี่ยงจากการส่งมอบล่าช้า
ตัวอย่างที่สาม บริษัทรับเหมาช่วงมีงานหลายไซต์พร้อมกัน แม้แต่ละงานมีกำไร แต่ค่าแรงรายสัปดาห์สูงขึ้น การจัดวงเงินสำรองช่วยให้บริษัทไม่ต้องปฏิเสธงานใหม่เพียงเพราะเงินยังติดอยู่ในงานเก่า
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนขอคำปรึกษา
เอกสารพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ เอกสารภาษี รายการเดินบัญชีย้อนหลัง สัญญาว่าจ้าง ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ ภาพถ่ายหน้างาน งบการเงิน หรือเอกสารที่แสดงรายรับรายจ่ายของธุรกิจ หากมีใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล หรือหลักฐานการรับเงินจากลูกค้าเดิม ควรรวบรวมไว้ให้ครบ
สำหรับธุรกิจรับเหมา เอกสารโครงการมีความสำคัญมาก เพราะช่วยอธิบายว่าบริษัทไม่ได้ต้องการเงินแบบไม่มีเป้าหมาย แต่ต้องการเงินเพื่อนำไปใช้กับงานที่มีแหล่งรายรับรองรับ การเตรียมข้อมูลล่วงหน้าช่วยให้ที่ปรึกษาประเมินได้เร็วขึ้นและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกว่า
วิธีประเมินวงเงินที่เหมาะสม
การขอ สินเชื่อก่อสร้าง ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ขอได้สูงสุดเท่าไร” แต่ควรเริ่มจาก “ต้องใช้เท่าไร ใช้เพื่ออะไร และคืนจากรายรับส่วนไหน” วิธีง่าย ๆ คือแบ่งต้นทุนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าเครื่องมือหรือเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายสำรอง จากนั้นเทียบกับกำหนดรับเงินแต่ละงวด
หากโครงการมีมูลค่า 5 ล้านบาท แต่ต้องจ่ายเงินจริงก่อนเบิกงวดประมาณ 1.2 ล้านบาท วงเงินที่เหมาะสมอาจไม่จำเป็นต้องเท่ามูลค่าโครงการทั้งหมด แต่ควรพอรองรับช่องว่างกระแสเงินสดระหว่างรอบจ่ายและรอบรับ การคำนวณแบบนี้ช่วยให้ธุรกิจไม่กู้เกินความจำเป็น และยังทำให้การชำระคืนเป็นไปตามรอบงานจริง

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
ข้อควรระวังแรกคืออย่าใช้เงินทุนผิดวัตถุประสงค์ หากขอเงินมาเพื่อซื้อวัสดุ แต่ถูกนำไปใช้จ่ายส่วนตัวหรือปิดหนี้ที่ไม่เกี่ยวกับโครงการ อาจทำให้เงินไม่พอใช้กับงานจริงและเกิดปัญหาซ้ำ
ข้อควรระวังที่สองคืออย่ารับงานเกินกำลัง แม้มีวงเงินสนับสนุน แต่หากทีมงานไม่พอ คุมหน้างานไม่ได้ หรือประเมินต้นทุนผิด ธุรกิจอาจเสียทั้งเงินและความน่าเชื่อถือ
ข้อควรระวังที่สามคือควรอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจ ทั้งค่าธรรมเนียม ระยะเวลาชำระ เอกสารประกอบ และความรับผิดชอบของบริษัท เจ้าของกิจการควรเลือกที่ปรึกษาที่อธิบายชัดเจน ไม่เร่งให้ตัดสินใจ และไม่ใช้คำโฆษณาเกินจริง
ทำไมการจัดบัญชีช่วยให้ขอเงินทุนง่ายขึ้น
ผู้ให้สินเชื่อหรือที่ปรึกษาทางการเงินต้องการเห็นความสามารถในการบริหารธุรกิจ ไม่ใช่ดูเพียงยอดเงินเข้าออก การมีบัญชีที่แยกชัดเจนระหว่างบริษัทกับส่วนตัว การเก็บใบเสร็จ การบันทึกต้นทุนแต่ละไซต์งาน และการรู้กำไรขั้นต้นของแต่ละโครงการ ช่วยให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือขึ้น
เมื่อข้อมูลบัญชีดี เจ้าของกิจการจะรู้ว่าควรรับงานแบบใด งานไหนกำไรจริง งานไหนเสี่ยง และต้องเตรียม ทุนหมุนเวียนธุรกิจ เท่าไรในแต่ละเดือน ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยให้การขอคำปรึกษาเร็วขึ้น เพราะสามารถอธิบายสถานการณ์ได้เป็นตัวเลข ไม่ใช่เล่าจากความรู้สึก
มุมมองจากแหล่งข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญ
จากข้อมูลภาพรวมของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2569 ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีสภาพคล่อง แต่สินเชื่อ SMEs ยังเผชิญความระมัดระวังด้านเครดิต ขณะที่ธุรกิจบางกลุ่มมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจควรเตรียมเอกสารและแผนเงินสดให้รอบคอบก่อนยื่นขอวงเงิน
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เป็นหน่วยงานที่ติดตามข้อมูล MSME และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย จึงเป็นแหล่งข้อมูลเชิงเศรษฐกิจที่เจ้าของธุรกิจควรติดตาม ส่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหน่วยงานสำคัญด้านข้อมูลนิติบุคคล การจดทะเบียน และการยื่นงบการเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ต้องการขอเงินทุน
ในบทความนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทีมที่ปรึกษา Getcash-Consultant ซึ่งมีบทบาทในการให้คำแนะนำด้านการเตรียมเอกสารสินเชื่อธุรกิจ การวิเคราะห์กระแสเงินสดเบื้องต้น และการช่วยเจ้าของกิจการจัดข้อมูลให้เหมาะสมก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงินที่แนะนำให้ธุรกิจรับเหมาทำต้นทุนรายโครงการอย่างละเอียด เพราะเป็นหัวใจของการบริหารความเสี่ยง

Getcash-Consultant ช่วยธุรกิจก่อสร้างอย่างไร
Getcash-Consultant ให้คำปรึกษาสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการวางแผนเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน จุดเด่นคือช่วยดูภาพรวมของเอกสาร ประเมินความพร้อมเบื้องต้น วิเคราะห์วัตถุประสงค์การใช้เงิน และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ
สำหรับผู้รับเหมา ทีมงานจะช่วยดูว่าโครงการมีเอกสารใดรองรับบ้าง รายการเดินบัญชีสะท้อนรายได้จริงหรือไม่ ต้นทุนหน้างานสูงแค่ไหน และควรอธิบายรอบเงินอย่างไรให้ชัดเจน การมีที่ปรึกษาช่วยจัดข้อมูลไม่ได้แปลว่าจะได้รับอนุมัติแน่นอน เพราะผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ช่วยลดความผิดพลาดจากการยื่นข้อมูลไม่ครบหรืออธิบายธุรกิจไม่ชัดเจน
แนวทางเขียนแผนใช้เงินให้ดูน่าเชื่อถือ
แผนใช้เงินที่ดีควรตอบคำถาม 5 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง ใช้เงินกับโครงการใด สอง ใช้ซื้ออะไรหรือจ่ายค่าอะไร สาม ใช้ช่วงเวลาไหน สี่ รายรับจะกลับเข้ามาจากแหล่งใด และห้า ธุรกิจมีแผนสำรองอย่างไรหากลูกค้าจ่ายเงินล่าช้า
ตัวอย่างแผนที่ชัดเจนคือ “ต้องการวงเงินเพื่อซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรงสำหรับงานก่อสร้างคลังสินค้า มูลค่างานตามสัญญา 4.8 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เงินช่วงเริ่มงาน 1 ล้านบาท และรับเงินงวดแรกภายใน 45 วันหลังส่งมอบงานงวดแรก” การอธิบายแบบนี้ดีกว่าการบอกเพียงว่า “ต้องการเงินไปหมุน” เพราะแสดงให้เห็นวัตถุประสงค์และแหล่งชำระคืน
สัญญาณว่าธุรกิจควรเริ่มวางแผนก่อนเงินขาดมือ
เจ้าของธุรกิจไม่ควรรอให้เงินหมดบัญชีแล้วค่อยหาแหล่งเงินทุน สัญญาณที่ควรเริ่มวางแผน ได้แก่ มีงานใหม่เข้าพร้อมกันหลายงาน ต้องจ่ายค่าวัสดุสูงขึ้น ลูกค้าขอเครดิตนานกว่าเดิม ซัพพลายเออร์ลดเครดิตการค้า ค่าแรงเพิ่มขึ้น หรือเริ่มนำเงินส่วนตัวมาจ่ายค่าใช้จ่ายบริษัทบ่อยขึ้น
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบทำประมาณการเงินสดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน และพิจารณาว่าต้องใช้ ทุนหมุนเวียนธุรกิจ เพิ่มเติมหรือไม่ การวางแผนเร็วช่วยให้มีเวลาจัดเอกสาร เปรียบเทียบเงื่อนไข และตัดสินใจอย่างมีเหตุผลมากกว่าการรีบหาเงินเมื่อโครงการเริ่มสะดุด
สรุป:เงินทุนที่ดีต้องช่วยให้งานเดิน ไม่ใช่เพิ่มภาระ
สินเชื่อก่อสร้าง เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจรับเหมาที่มีงานจริง มีรายรับรองรับ และต้องการเงินเพื่อเชื่อมรอบจ่ายกับรอบรับ หากใช้ถูกวิธี วงเงินสามารถช่วยให้บริษัทเริ่มงานได้ทันเวลา จ่ายค่าวัสดุและค่าแรงได้ต่อเนื่อง รับงานใหม่ได้มั่นใจขึ้น และรักษาความน่าเชื่อถือกับลูกค้าและคู่ค้า
หัวใจสำคัญคือการรู้ต้นทุนจริง วางแผนทุนหมุนเวียนธุรกิจ เตรียมเอกสารครบ แยกบัญชีธุรกิจให้ชัด และมีแผนคืนเงินจากรายรับของโครงการ ไม่ควรตัดสินใจจากวงเงินสูงเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูความเหมาะสมกับกระแสเงินสดและความสามารถของบริษัท
หากคุณเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมา ผู้รับเหมางานระบบ หรือธุรกิจก่อสร้างที่กำลังมองหาแนวทางเสริม ทุนหมุนเวียนธุรกิจ Getcash-Consultant พร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้น เพื่อช่วยจัดข้อมูล วิเคราะห์ความพร้อม และแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

คำถามที่พบบ่อย
1. สินเชื่อก่อสร้าง เหมาะกับผู้รับเหมารายเล็กหรือไม่
เหมาะได้ หากธุรกิจมีรายได้จริง มีเอกสารโครงการ หรือมีรายการเดินบัญชีที่สะท้อนการทำงานอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญไม่ใช่ขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการอธิบายรายรับ รายจ่าย และแผนใช้เงินให้ชัดเจน
2. หากไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสามารถขอคำปรึกษาได้หรือไม่
สามารถขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้ แต่เงื่อนไขขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละแห่ง เอกสารบริษัท รายการเดินบัญชี สัญญางาน และประวัติการรับชำระเงินจะมีผลต่อการประเมินความเหมาะสม
3. ต้องมีสัญญาว่าจ้างก่อนหรือไม่
ถ้ามีสัญญาว่าจ้าง ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารโครงการ จะช่วยให้การประเมินชัดเจนขึ้น เพราะแสดงแหล่งที่มาของรายรับในอนาคต แต่บางกรณีอาจใช้เอกสารรายได้และรายการเดินบัญชีประกอบการพิจารณาได้
4. ใช้เวลาพิจารณานานไหม
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ หากเตรียมเอกสารบริษัท รายการเดินบัญชี และข้อมูลโครงการไว้พร้อม การประเมินเบื้องต้นมักทำได้รวดเร็วกว่ากรณีเอกสารไม่ครบ
5. เงินทุนประเภทนี้ควรใช้กับอะไร
ควรใช้กับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าเช่าเครื่องจักร ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายเพื่อให้งานเดินต่อ ไม่ควรนำไปใช้จ่ายส่วนตัวหรือใช้กับเรื่องที่ไม่สร้างรายรับกลับเข้าสู่ธุรกิจ
6. Getcash-Consultant อนุมัติเงินเองหรือไม่
Getcash-Consultant เป็นผู้ให้คำปรึกษาและช่วยจัดเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้บริการทางการเงิน และข้อมูลของแต่ละธุรกิจ ไม่มีการการันตีผลอนุมัติล่วงหน้า
สนใจติดต่อ Getcash-Consultant
โทร: 082-0434457
เว็บไซต์: www.getcash-consultant.com

ความคิดเห็น